การฝึกสุนัข

posted on 05 Jul 2008 15:23 by aomyaom

เคล็ดลับการฝึกสุนัข  

การฝึกสุนัข
      สุนัขเป็นสัตว์ที่เฉลียวฉลาด มีไหวพริบและมีความทรงจำดี สามารถฝึกให้เชื่อฟังคำสั่งได้ง่าย เช่น หยุด นั่ง คอย ฯลฯ เราจึงควรหัดและฝึกฝนสุนัขที่เลี้ยงไว้ตามสมควร สุนัขที่ผ่านการฝึก จะเป็นสุนัขที่น่ารัก และมีคุณภาพมากขึ้น และสุนัขเองก็จะดูมีความสุขมากขึ้น เนื่องจากมีสัญชาตญาณในการ ที่จะเอาใจใส่และใกล้ชิดเจ้าของอยู่แล้ว นอกจากนี้ ยังทำให้สุนัขสามารถอยู่ร่วมในสังคมมนุษย์ ได้ดีมากขึ้น น่าจะเปรียบได้กับการอบรมขัดเกลาแล้ว ย่อมจะเป็นที่ชื่นชมของผู้อื่น

ก่อนฝึกหัดสุนัข ผู้ฝึกที่จะทำหน้าที่เป็นครูสอนบทเรียนต่างๆ จะต้องมีสำนึก และคุณสมบัติที่สำคัญ คือ


1. จะต้องมีนิสัยรักสุนัข รักที่จะฝึกสุนัข เข้าใจในพฤติกรรมและจิตใจของสุนัขพอสมควร

2. มีความอดทน และเพียรพยายามสูง มีความตั้งใจแน่วแน่ จิตใจเข้มแข็ง ใจเย็ย สุขุม รอบคอบ ควบคุมอารมณได้เมื่อสุนัขไม่สามารถทำได้ดั่งใจนึก

3. ต้องศึกษาหาความรู้เรื่องการฝึกสุนัขให้เข้าใจดี ต้องรู้ว่าจะฝึกสุนัขอย่างไร และให้ทำอะไร หาไม่แล้วจะเกิดความสับสนวุ่นวายทั้งคนและสุนัข เพราะไร้จุดหมายที่แน่นอน
อายุของสุนัขที่จะทำการฝึกนั้น เข้าทำนอง “ ไม้อ่อนดัดง่าย ไม้แก่ดัดยาก ” ควรฝึกสุนัข เมื่อสุนัขยังมีอายุน้อยๆ ตั้งแต่เป็นลูกสุนัขอายุ 2 เดือน ขึ้นไป โดยฝึกจากสิ่งง่ายๆ ก่อน เช่น การขับถ่ายให้เป็นที่เป็นทาง รู้จักคำสั่งง่ายๆ อาจจะกล่าวได้ว่า การฝึกสุนัขขณะอายุน้อยๆ เป็นการฝึกชั้นอนุบาล เพื่อเป็นการเตรียมตัวไว้ฝึกในชั้นสูงๆ ที่ยากๆ

 

หลักการฝึก
      การฝึกสุนัขนั้นเรายึดหลักซึ่งได้มาจากการศึกษาพฤติกรรมของสัตว์ที่เรียกว่า “ การตอบสนองอย่างมีเงื่อนไข ” ตัวอย่างง่ายๆ ก็คือคือ “ ทำดีมีรางวัล ทำผิดโดนลงทัณฑ์ ” รวมกับหลักการต่างๆ ดังนี้

1. มีขั้นตอนการฝึกที่แน่นอน จากง่ายๆ ไปหายาก

2. ใช้เวลาฝึกในระยะสั้นๆ ในตอนเริ่มต้น เช่น ไม่ควรเกิน 10 นาที ต่อครั้ง โดยมีการพักช่วงละ 5-10 นาที

3. อย่าทำให้การฝึกเป็นสิ่งที่น่าเบื่อสำหรับสุนัขในระยะเริ่มต้น อย่าดุหรือลงโทษจนสุนัขกลัวลนลาน และหากทำให้เป็นเรื่องสนุกสำหรับสุนัขได้เป็นการดี

4. การออกคำสั่งให้สุนัขทำตาม ต้องคงที่ไม่เปลี่ยนแปลงและต้องไม่ทำให้สุนัขสับสน

5 .ให้รางวัลสุนัขทันที และทุกครั้งที่สุนัขปฏิบัติตามคำสั่งได้ถูกต้อง รางวัลที่ให้อาจเป็นตั้งแต่คำชมเช่น “ ดีมาก ” หรือสัมผัส เช่น ใช้มือตบเบาๆ บริเวณลำคอหรือลำตัว


6 .แก้ไขทันทีที่สุนัขทำผิด การแก้ไขคือการลงโทษเป็นการลบล้างพฤติกรรมที่ไม่พึงปรารถนาของสุนัขออกไป การแก้ไขหรือห้าม ใช้คำพูดออกเสียงดุ นิยมใช้คำว่า “ ไม่ ” ออกเสียงสั้นๆ หนักและดัง ถ้าทำหน้าดุประกอบด้วยก็จะได้ผลมากขึ้นในทางจิตวิทยา เพราะสุนัขมีความสามารถอ่ารหน้าตาท่าทางของเจ้าของได้ดีเท่ากับการอ่านระดับเสียง หรืออาจลงโทษโดยการกระตุกสายสูงในกรณีที่ใช้สายจูงสุนัข ห้ามทำโทษสุนัขโดยการทุบตีหรือทำให้สุนัขเจ็บปวดจนเกินเหตุ เพราะสุนัขจะกลัวและเกลียดการฝึก

 

การฝึกในเรื่องระเบียบวินัยภายในบ้าน
       เมื่อเตรียมครู รู้หลักการแล้ว จึงเตรียมสุนัขให้พร้อมที่จะรับการฝึก สิ่งแรกที่สุนัขต้องรู้จักคือ ชื่อของมัน การตั้งชื่อสุนัขถือหลักการออกเสียงและการจดจำได้ง่าย ควรเป็นคำสั้นๆ ไม่เกิน 2 พยางค์ สมาชิกทุกคนในบ้านควรมีส่วนในการตั้งชื่อด้วย เพื่อให้ได้ชื่อที่เหมาะสมที่สุด การเปลี่ยนชื่อสุนัขบ่อยๆ จะทำให้สุนัขสับสน เพราะลูกสุนัขจะจำชื่อตัวเองได้เร็วมาก ยิ่งเป็นคำสั้นๆ กะทัดรัด และหนักแน่นเท่าไร สุนัขก็จะยิ่งจำได้ง่ายข้นเท่านั้น และเมื่อมีชื่อแล้วก็ต้องหมั่นเรียกบ่อยๆ เพราะถ้ายิ่งเรียกบ่อย สุนัขก็จะจำได้ง่ายขึ้น และเป็นประโยชน์ในการฝึกต่อไปอย่างมาก

1 .การฝึกสุนัขให้ถ่ายเป็นที่เป็นทาง ก่อนอื่นควรจะกำหนดสถานที่ที่เหมาะสมเอาไว้ เช่น ห้องส้วม หรือมุมใดมุมหนึ่งในบ้าน ต่อไปต้องพยายามสังเกตอาการของสุนัขว่ามันต้องการถ่ายหรือยัง ตามปกติลูกสุนัขมักจะร้องคราง ดมกลิ่นที่พื้นหรือวิ่งวนเป็นวงกลม นั่นแสดงว่าต้องการขับถ่าย ลูกสุนัขอายุ 3-6 เดือน จะขับถ่ายประมาณวันละ 5 ครั้ง อายุ 6 เดือน วันละ 4 ครั้ง สุนัขโตแล้ววันละประมาณ 3 ครั้ง ลูกสุนัขมักต้องการถ่ายปัสสาวะเมื่อตื่นขึ้นในตอนเช้า หรือหลังกินอาหารแต่ละมื้อ
      เมื่อพบว่าสุนัขต้องการขับถ่าย จะต้องรีบพาไปยังสถานที่ที่เตรียมไว้ทันที ทำเช่นนี้ 2-3 ครั้งสุนัขก็จะทำได้ อย่าปล่อยให้ขับถ่ายเรี่ยราดตามที่ต่างๆ หากสุนัขทำผิดก็อย่าไปตีหรือลงโทษอย่างอื่นควรใช้เสียงดุว่า “ไม่” แล้วรีบนำไปยังสถานที่ที่เตรียมไว้ เมื่อสุนัขปฏิบัติได้ ก็ควรชมเชยเพื่อให้เข้าใจว่าได้ทำถูกต้องแล้วบ่อยๆครั้งเข้าลูกสุนัขย่อมเกิดการเรียนรู้ และผลสุดท้ายก็จะไปถ่ายตามที่เตรียมไว้อย่างอัตโนมัติ

2 .ฝึกการกินอยู่ หลับนอน การกินอาหารของสุนัขก็ต้องได้รับการฝึกหัดเช่นกัน หากเลี้ยงสุนัขหลายตัวควรแยกสถานที่ให้สุนัขกินให้ห่างกัน เพื่อป้องกันการแย่งกินอาหารและหวงอาหาร ครั้งใดที่สุนัขกินอาหารไม่หมดก็ให้รีบเก็บจานเสีย อย่าทิ้งไว้ให้กินอีกต่อไป จะทำให้สุนัขนิสัยไม่ดี กินอาหารไม่เป็นเวล่ำเวลา หรือแม้แต่การที่สุนัขได้รับอาหารจากบุคคลอื่นนอกเวลาอาหารก็เป็นสิ่งไม่ดี เป็นการเพาะนิสัยให้เป็นสุนัขขอทานได้ จึงควรต้องระวังไม่ให้รับอาหารจากบุคคลอื่นยกเว้นเจ้าของ
      ลูกสุนัขจึงควรมีที่หลับนอนเป็นสัดส่วนของตัวเองตั้งแต่ยังเล็ก ไม่ควรนำลูกสุนัขไปนอนร่วมห้อง หรือบนเตียงด้วยความสงสารหรือเพราะเหตุผลใดๆ เพราะถ้าเริ่มเลี้ยงจากการเอเาไว้ในบ้าน พอลูกสุนัขเริ่มโต หากจับย้ายออกไปขังกรงนอกบ้าน ลูกสุนัข หรือแม้แต่โตแล้วส่วนใหญ่จะไม่ยินยอม เพราะมันคิว่าเป็นการถูกทอดทิ้ง อาจจะร้องไห้หวยหวนทั้งคืน จะทำให้เจ้าของบ้านหรืเพื่อนบ้านไม่เป็นอันหลับอันนอน เนื่องจากเสียงหนวกหูจากสุนัข

3 .ฝึกป้องกันนิสัยชอบกัดแทะสิ่งของ เป็นธรรมชาติของลูกสุนัขทั้งหลายที่ซนและชอบกัดแทะสิ่งของต่างๆ เพราะมันเริ่มมีฟันจึงกัดแทะเครื่องใช้สิ่งของในบ้าน ลูกสุนัขต้องการกัดแทะสิ่งของเพื่อความสะอาดของฟัน นวดเหงือกขจัดฟันน้ำนมให้หลุดเร็วๆ รวมทั้งการระบายความเครียด หรือเพราะไม่มีอะไรทำ ไม่มีใครเล่นด้วย จึงหาสิ่งของมากัดเล่น
      ควรหาเครื่องเล่นสำหรับสุนัข เช่น ลูกบอลเล็กหรือกระดูกยาง หรือวัสดุที่ทนทานต่อการกัดแทะให้สุนัขกัดเล่น ป้องกัดไม่ให้ไปทำลายสิ่งของอื่นในบ้าน เมื่อเห็นว่าสุนัขกัดสิ่งของอื่นๆ ที่ไม่ประสงค์ต้องออกคำสั่งว่าอย่า หรือไม่ แล้วจับปากแยกออกพร้อมดึงของออกจากปาก อย่าพยายามดึงสิ่งของที่สุนัขคาบอยู่ เพราะสุนัขอาจคิดว่าเราอยากเล่นกับมันด้วย ใช้น้ำเสียงดุและปฏิบัติที่ถูกต้อง ก็จะจำได้

 

การฝึกสุนัขให้เชื่อฟังคำสั่งขั้นต้น
      หลังจากที่ลูกสุนัขมีวินัยพอสมควรในเรื่องต่างๆ ข้างต้น และผู้ฝึกสามารถสื่อสารกับสุนัขในการสั่งห้ามและชมเชย ต่อไปก็ควรฝึกคำสั่งพื้นฐานอื่นๆเช่น การเดิน นั่ง หมอบ รอ และมาหา อาจต้องแสดงท่าทางประกอบ หรือค่อยจัดท่าให้ทำตามคำสั่ง สอนทุกวัน สาธิตให้ดูซ้ำและซ้ำอีก อย่าหมดความอดทนหรือ อารมณ์เสียก่อน ต้องคิดเสมอว่าเรากำลังสาธิตให้สุนัขทำบางสิ่งบางอย่าง ซึ่งไม่เป็นสัญชาตญาณตั้งแต่เกิด


      อุปกรณ์ในการฝึกที่สำคัญสองอย่างคือ โซ่คอและสายฝึก ควรหาปลอกคอที่กว้างพอสมควร อย่าให้บีบรัดคอมากเกิดไป สายฝึกเป็นหนังหรือเป็นผ้าขนาดยาวประมาณ 5 ฟุต สายฝึกจะติดอยู่กับปลอกคอ เพ่อเชื่อมโยงระหว่างผู้ฝึกกับสุนัข และการใช้โซ่คล้องคอสุนัขจะต้องให้ห่วงที่คล้องสายฝึกอยู่ทางด้านซ้ายของสุนัขเสมอ เพื่อไม่ให้โซ่รัดคอเมื่อไม่ได้ดึงสายฝึก
      ในตอนแรกอาจจะต้องหัดให้สุนัขคุ้นเคยกับโซ่คอเสียก่อน เพราะสุนัขบางตัวไม่ยอมให้ใส่ปลอกคอ หรือล่ามโซ่ เพราะความไม่เคยชิน ฝึกหัดเข้าสายจูงให้ตึงเท่านั้น สุนัขอาจจะขันขืนก็ให้ปล่อยสายจูงและพูดปลอบจนสุนัขนิ่งจึงค่อยๆ จูงเดินระยะ 2-3 ก้าว ชมสุนัขเมื่อไม่ขัดขืน แล้วจึงเพิ่มระยะทาง กรฝึกเข้าสายจูงและการเดินจูงอาจกินเวลา 3-4 วัน ในการจูงสุนัขต้องให้สุนัขอยู่ทางด้านซ้ายเดินชิดเข่า อาจกระตุ้นให้สุนัขเข้ามาใกล้ตัว โดยการตบต้นขาซ้ายแล้วบอกว่า “ชิด” และถ้าสุนัขเข้ามาชิดตัวให้ลูบหัวหรือตบไหล่ซ้ายของสุนัขเบาๆ แล้วชมว่า “ดีมาก” การเรียกชื่อสุนัขประกอบทุกครั้งจะช่วยให้สุนัขสนใจดีขึ้น

1. ฝึกเดิน ให้สุนัขอยู่ทางด้านซ้ายมือของผู้ฝึก ใช้คำสั่ง “เดิน” เพียงคำเดียว แล้วเริ่มออกเดิน อาจจะต้องดึงสายฝึกเล็กน้อยเพื่อให้สุนัขทำตาม พยายามเดินช้า อย่ากระชากลากถู ถ้าสุนัขไม่ทำตามหรือเดินล้าหลัง ให้กระตุกสายฝึกเบา ๆ ให้สุนัขเดิมตามทัน และชมเชยทุกครั้ง หากสุนัขเดินนำหน้าหรือเดินออกห่างไปอย่าเร่งฝีเท้าหรือวิ่งตาม เพราะจะนิ่งเตลิดออกไป ค่อย ๆ ดึงสายฝึกให้กลับมาหรือเดินช้าลง พยายามเดินคู่กันตลอด ควรฝึกเดินเป็นรูปสี่เหลี่ยมผืนผ้า เพื่อหัดเดินตรงและเลี้ยว ชมเชยทุกครั้งที่สุนัขปฏิบัติได้ถูกต้อง

2. ฝึกหยุดอยู่กับที่ เมื่อจูงสุนัขมาได้สักระยะหนึ่ง ให้ชิดเท้าหยุดพร้อมกับออกคำสั่ง “หยุด” และดึงสายจูง สุนัขจะหยุดให้รางวัลโดยการตบเบา ๆ ที่ไหล่ซ้ายหรือลำคอ ชมว่า “ดีมาก” ทำซ้ำ 5-6 ครั้ง สุนัขจะหยุดได้เองหลังจากออกคำสั่งโดยไม่ต้องออกคำสั่งโดยไม่ต้องดึงสายจูง

3. ฝึกนั่ง หลังจากที่สุนัขหยุดได้ถูกต้องเมื่อออกคำสั่ง ต่อมาอีก 2-3 วัน ให้ทำการฝึกสุนัขนั่ง เริ่มจากสั่งให้สุนัขหยุดจากนั้นสักครู่จึงออกคำสั่ง “นั่ง” พร้อมทั้งกับดึงสายจูงขึ้น ขณะเดียวกันใช้มือซ้ายกดท้ายสุนัขลงไป การฝึกนั่งสุนัขพันธุ์ใหญ่ๆ บางตัวอาจจะต้องใช้แรงดึงสายจูงและกดท้ายหนักๆ ในตอนแรกๆและต้องทำซ้ำหลายๆครั้ง จนสุนัขเข้าใจและปฏิบัติได้ถูกต้อง จึงชมเชยสุนัข

4. ฝึกหมอบ เมื่อสุนัขรู้จักนั่งตามคำสั่งได้ดีแล้ว ก็ฝึกให้สุนัขรู้จักการหมอบ การฝึกขั้นนี้จะทำต่อเนื่องกันไปจากการฝึกนั่งคือ เมื่อสุนัขนั่งเป็นแล้ว ก็สอนให้สุนัข “หมอบ” โดยการออกคำสั่ง “หมอบ” พร้อมกับก้มตัวดึงสายจูงลง หากจำเป็นต้องใช้มือซ้ายช่วยกดไหล่ของสุนัขด้วย ทำซ้ำๆจนสุนัขทำได้อย่างถูกต้องโดยไม่ต้องใช้แรงบังคับ

5. ฝึกคอย หลังจากที่สุนัขนั่งและหมอบตามคำสั่งได้ดีแล้ว การสั่งให้สุนัขคอยจะเป็นเรื่องที่ง่ายมาก โดยการออกคำสั่งว่า “คอย” ประกอบสัญญาณมือ ด้วยการยกมือขวาหันหน้ามือไปทางสุนัข

     การสั่งสุนัขคอยในตอนแรกให้ก้าวขามาข้างหน้าสุนัข 1 ก้าว แล้วหันหน้าไปออกคำสั่ง “ไม่” แล้วตามด้วยคำว่า “คอย” ทำเช่นนี้ซ้ำกันหลายๆครั้ง พร้อมกับเริ่มระยะทางห่างจากสุนัขจนถึงสุดสายจูง และเพิ่มเวลาการให้สุนัขคอยอย่างน้อย 5 นาที ให้รางวัลทุกครั้งเมื่อสุนัขทำได้ถูกต้องตามคำสั่ง

6. ฝึกมา ควรเรียกชื่อสุนัขแล้วตามด้วยคำสั่ง “มานี่” ถ้ามันไม่มา อาจต้องเดินไปหาแล้วอุ้มมายังที่ๆ ผู้ฝึกยืนอยู่ ฝึกจนกว่าสุนัขจะเชื่อมโยงคำสั่งกับการกระทำ อย่าลืมชมเชยทุกครั้ง

      ทุกขั้นตอนของการฝึกที่กล่าวมานี้ ต้องเป็นไปตามลำดับและอาจต้องใช้เวลาทั้งสิ้น 5-6 สัปดาห์ สุนัขจึงจะต้องปฏิบัติได้อย่างคล่องแคล่ว จากนั้นจึงจะฝึกโดยเริ่มจากการเดิน หยุด นั่ง หมอบ คอย ต่อไป ส่วนวิธีการฝึกก็เหมือนกับการฝึกในการฝึกในสายจูงทุกประการ
      ทั้งหมดนี้ก็เป็นการฝึกสุนัขขั้นพื้นฐานอันจำเป็นสำหรับการฝึกในขั้นสูงต่อไป ความรัก ความสนใจ ความอดทน ที่ผู้ฝึกมีให้แก่สุนัข อาจทำให้ค้นพบวิธีการที่เหมาะสมอื่นๆ ได้ แต่หลักการสำคัญในเรื่องคำชม คำห้ามอื่นๆ ควรยึดเป็นหลักไว้ ปัจจุบันมีโรงเรียนฝึกสุนัขเกิดขึ้นหลายแห่ง ซึ่งหากมีข้อสงสัยใดๆ ในการฝึก ก็อาจสอบถามจากโรงเรียนเหล่านี้ หรือจากคอกเลี้ยงสุนัข

สายพันธุ์สุนัข

posted on 05 Jul 2008 15:21 by aomyaom

สายพันธุ์สุนัข

สุนัขสายพันธุ์เล็ก
สุนัขสายพันธุ์กลาง
สุนัขสายพันธุ์ใหญ่-ใหญ่มาก
Beagle
Brussels Griffon
Chihuahau
Dachshund
Jack Russel Terrier
Japanese Chin
Maltese
Miniature Pinscher
Pekingese
Pomeranian
Poodle
Pug
Schnauzer
Silky Terrier
West Highland
Yorkshire Terrier
American Cocker
Bangkaew
Basenji
Basset Hound
Bull Terrier
Bull Dog
Chow Chow
Dalmatian
French Bull Dog
Siberian Husky
Stafford Terrier
Thai Ridgeback
Afghan Hound
Alaskan Malamute
Clumber Spaniel
German Shepherd
Golden Retriever
Labrador Retriever
Rottweiler
Saint Bernnard

คู่มือฝึกสุนัข

posted on 05 Jul 2008 15:12 by aomyaom

คู่มือการเลี้ยงสุนัข

ขอต้อนรับเข้าสู่โลกของลูกสุนัข

      ลูกสุนัขที่ได้มาใหม่จะนำความปิติมาสู่คุณนานหลายปี ในวันข้างหน้าเขาจะมาเป็นสหายที่ใกล้ชิด เพื่อนเล่นที่เป็นมิตรที่ไว้ใจได้ อย่างไรก็ตาม หากปราศจากความพยายามสิ่งนี้ก็จะไม่เกิดขึ้น คุณควรเริ่มฝึกเขา ตั้งเต่ยังเล็กอยู่ เพื่อต้อนรับเข้ามาเป็นสมาชิกใหม่ของครอบครัว ก็เหมือนๆกับเด็กทารกนั่นเอง ลูกสุนัขที่ได้มาใหม่ ต้องการอาหาร การหลับนอน การเล่นและการฝึกที่สม่ำเสมอ ซึ่งก็หมายความว่าเขาต้องการการดูแล และเอาใจใส่อย่างมาก       เราตระหนักดีว่าเจ้าของลูกสุนัขที่มาใหม่มีความผูกพันกันอย่างมาก เราจึงนำท่านและลูกสุนัขมาอยู่ด้วยกันเพื่อจะได้เริ่มต้นอย่างถูกต้อง ซึ่งประกอบด้วยเคล็ดลับเบื้องต้นเกี่ยวกับในวันแรกที่เขาเข้ามาอยู่ในบ้าน เป็นต้นว่า ที่อยู่ของลูกสุนัข การเคี้ยวและการฝึกในบ้าน เป็นต้น

 

ที่อยู่ของลูกสุนัข

      ลูกสุนัขต้องการที่อยู่ที่เป็นส่วนตัว หากล่องหรือที่นอนสำหรับสุนัขไว้ในคอกที่อบอุ่นและมีมุมที่ไม่มีลมโกรก (กรงสุนัขที่ใช้ในเวลาการเดินทางจะได้เปรียบ เพราะสามารถนำมาใช้ได้ตลอดอายุขัยของเขา ถ้าจะซื้อมาใช้ ต้องให้มีขนาดใหญ่พอเมื่อเขาโตเต็มที่) เขาจะใช้กรงเป็นสถานที่พักผ่อนนอนหลับและรู้สึกปลอดภัยและอุ่นใจ
      เอากล่องกระดาษหรือกล่องไม้วางด้านข้างลงทำเป็นเตียงนอนที่มิดชิด เขาก็จะยิ่งรู้สึกปลอดภัย เหตุผลก็คือว่า บรรพบุรุษซึ่งคล้ายกับหมาป่าของเขาเคยอาศัยถ้ำเป็นบ้านพัก โดยสัญชาตญาณลูกสุนัขก็จะรู้สึกอบอุ่นและปลอดภัยในที่ที่คล้ายกับถ้ำ อาจจะปูพื้นด้วยผ้าเช็ดตัว หรือผ้าห่มเก่าๆที่อยู่ของเขาก็จะสมบูรณ์แบบ
      เมื่อเขาอยู่ในที่ของเขา อย่าได้รบกวนหรือดึงตัวเขาออกมา ควรให้เขาออกมาเองอย่าให้เด็กๆ รบกวนหรือเย้าแหย่เขาเล่น เขาต้องการความรู้สึกปลอดภัยถ้าเขาอยู่ในที่ของเขา อย่ากักขังเขาในกรงเป็นเวลานานๆ ถ้าเขาทำอะไรผิดก็อย่าได้ไล่เขาเข้าไปในกรง การทำอย่างนั้นจะทำให้เขารู้สึกว่ามันเป็นที่ทำโทษเขา แทนที่จะเป็นสถานที่พักที่มีความสุขสบาย คุณควรจะรู้สึกสบายใจที่ลูกสุนัขมีที่ของตัวเอง เขาจะไปงีบหรือขดตัวนอนอย่างมีความสุขตลอดคืน โดยไม่เห่าหรือร้องคราง และคุณก็รู้ว่าเขาจะไม่ก่อความเดือดร้อนให้แม้คุณจะไม่คอยเฝ้าดูเขาก็ตาม

 

การเคี้ยว

         ฟันของลูกสุนัขจะขึ้นอยู่ในช่วงอายุระหว่าง 3 ถึง 6 เดือน ในช่วงนี้ควรจะให้ อะไรเขาเพื่อขบเคี้ยว เพื่อช่วยในการขึ้นของฟัน ลูกสุนัขจะกัดสิ่งของโดยไม่เลือก เขาไม่รู้ว่านั่นคือรองเท้าคู่ที่ดีที่สุดของคุณ หรือมันคือขาโต๊ะที่เป็นวัตถุโบราณเพื่อหลีกเลี่ยงความเสียหายที่เกิดจากลูกสุนัข
      ขอแนะนำให้หาของขบเคี้ยวที่ไม่แตกหักหรือเป็นภัยกับลูกสุนัขเพื่อจะขบเคี้ยวเล่น เช่น ลูกบอลยางที่โตและแข็งพอที่เขาจะกลืนไม่ได้ หรืออาจจะเป็นกระดูกเทียม คุณอาจจะให้รองเท้าเก่าๆ หรือวัสดุที่มีรูปร่างคล้ายรองเท้าเหมือนของคน เพราะสุนัขคิดว่าจะเป็นรองเท้าอะไรก็ได้ทั้งนั้นเพื่อความสนุกสนาน อย่าให้กระดูกจริงทั้งสุกและดิบก็ตาม เพราะกระดูกแตก ทำให้เกิดบาดแผลในปากหรือติดคอในขณะที่เขากลืนเศษกระดูกเข้าไป
       หาทางทำให้กระดูกเทียมและลูกบอลเป็นที่ดึงดูดสำหรับลูกสุนัข โดยที่คุณนำสิ่งเหล่านั้นมาเล่นเกมส์กับเขา เมื่อไรก็ตามหากลูกสุนัขเขาเริ่มจะกัดแทะสิ่งของที่ต้องห้ามก็รีบนำกระดูกเทียมหรือลูกบอลให้แทน ออกคำสั่งว่า "อย่า" อย่างขึงขังแล้วนำสิ่งของที่มีค่าออกห่างจากเขา เมื่อเห็นว่าเขาเริ่มกัดแทะของที่เราให้เขา ก็ให้กล่าวชมความประพฤติที่ดี แล้วจะรู้สึกว่าจะมีการตอบสนองอย่างมีความสุข
       ช่วยให้ลูกสุนัขให้อยู่ห่างไกลจากสิ่งที่เป็นโทษ เป็นต้นว่า น้ำยาทำความสะอาดทินเนอร์ สารเคมีที่ใช้ในบ้านเรือน และสิ่งของที่มีอันตราย โดยเก็บสิ่งเหล่านั้นในตู้ที่ล็อกกุญแจได้

 

การฝึกในบ้าน

      ควรฝึกลูกสุนัขโดยทันที เริ่มจากการให้อาหารลูกสุนัขเป็นเวลาและพาออกไปเที่ยวนอกบ้านบ่อยๆ ถ้าหากคุณเลี้ยงลูกสุนัขของคุณด้วยอาหารของลูกสุนัขของยูคานูบาหรืออามส์สำหรับลูกสุนัข จะพบว่าเวลาในการฝึกจะสั้นลงเนื่องจากการให้อาหารและการขับถ่ายจะเป็นกิจวัตรจะมีสิ่งบอกเหตุซึ่งคุณคุณต้องคอยสังเกตว่า ถึงเวลาที่จะต้องนำลูกสุนัขออกไปนอกบ้าน ในกรณีที่ลูกสุนัขเดินไปตามพื้นเป็นรูปวงกลม นั่งหรือร้องครางอยู่ที่ประตู หรือถ้าคุณมองเห็นสุนัขของคุณมองคุณด้วยสายตาวิงวอน และกระวนกระวาย นั่นแสดงว่าเป็นเวลาที่คุณควรจะนำเขาออกไปข้างนอกหลังจากที่ลูกสุนัขปัสสาวะเสร็จ ให้ชมเขาอย่างเงียบๆ แล้วนำเขาเข้ามาในบ้านในไม่ช้าเขาก็จะเชื่อมโยงการปัสสาวะนอกบ้านกับคำชมเชยของคุณ

เมื่อไหร่ถึงจะพาลูกสุนัขออกไปนอกบ้าน
- หลังจากพระอาทิตย์ขึ้นเพียงเล็กน้อย สำหรับลูกสุนัขส่วนใหญ่
- หลังจากการงีบของเขา
- หลังจากกลับบ้านมาหาเขา ซึ่งปล่อยให้อยู่โดยลำพัง
- หลังอาหารโดยทันที
- หลังจากที่คุณจะพักผ่อน เมือไรก็ตามที่ลูกสุนัขจ้องมองคุณ

      แล้วเขาก็กระตือรือร้นที่จะเอาใจคุณ บางครั้งอาจจะพบว่ามีการขับถ่ายเลอะเทอะ คุณก็ไม่ควรขึ้นเสียงหรือตบตีเขาหรือจับเขาดมสิ่งที่เขาขับถ่ายออกมา ในขณะที่เขาอาจจะหมอบคุดคู้ด้วยความหวาดกลัว เขายังเล็กเกินไปที่จะโดนการดุว่าในเรื่องการขับถ่ายที่เลอะเทอะ ถ้าคุณพบเขากำลังถ่ายอยู่ ก็จงรีบนำเขาออกไปนอกบ้านเพื่อให้เขาขับถ่ายจนสุดแล้ว ให้กล่าวชมในความพยายามของเขา
      การทำความสะอาดสิ่งขับถ่ายที่เลอะเทอะ สารดับกลิ่นและสารขับไล่แมลงจะช่วยได้มาก อย่าใช้สารทำความสะอาดที่มีแอมโมเนียเป็นส่วนผสม แม้ว่าในทางเคมีแอมโมเนียและยูรีน จะมีส่วนคล้ายคลึงกันเมื่อทำความสะอาด ควรจะต้องให้แห้งสนิท หาไม่แล้วลูกสุนัขของคุณจะกลับมาสูดดมกลิ่นที่ทำให้เลอะเทอะและอาจจะถูกกระตุ้นให้ทำความเลอะเทอะอีก

ที่มา http://www.student.chula.ac.th/~50818268/pet_manual.html

 
           

edit @ 5 Jul 2008 15:14:09 by aomy